Web Site ที่มีข้อมูลนักเทนนิสไทยมากที่สุด |  | ผู้บริหาร, นโยบาย, สโมสรเครือสมาชิก |  | | |
|
 |
| สมองและหัวใจ (จิตใจ) ก็สำคัญไม่น้อยกว่าร่างกาย |
| Dated: 2 Aug 2004 |
เรื่องของเกมกีฬา ค้องยอมรับว่ามีบ่อยครั้งที่ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ ไม่ได้ตัดสินกันที่ความสามารถทางร่างกาย แต่ตัดสินที่สมองและหัวใจ
และก็มีหลายต่อหลายครั้งที่เราได้เห็นนักกีฬา ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถในเชิงกีฬาเอกอุ แต่ไม่สามารถขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดได้
ขณะที่บางคน เรื่องฝีมืออาจจะไม่เท่าไหร่ แต่มักจะคว้าชัยชนะมาครองได้เสมอในเวลาคับขัน
นั่นแหละคือเรื่องของสมองและหัวใจล้วนๆ
ถ้าหากจะบอกว่ามันคือสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า สตาร์ และ ซุปเปอร์สตาร์ ก็คงไม่ผิดนัก
นักกีฬาระดับสุดยอดของโลกอย่าง ไทเกอร์ วูดส์ หรือ แอนนิกา ไซเรนสตัม ให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนี้มาก ถึงกับเคยเข้ารับการฝึกฝนทางด้านสมองและหัวใจมาแล้วตั้งแต่เด็กๆ
ขณะที่ยอดนักกีฬาชั้นนำอีกหลายคน ก็มีโค้ชเรื่องจิตใจ หรือจิตแพทย์ส่วนตัว เพื่อดูแลภูมิต้านทานความกลัวของร่างกาย ที่อาจจะเกิดจากตัวเองโดยเฉพาะ
เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ เพื่อสิ่งที่ดีกว่า คุณจะฝึกซ้อมเพียงแค่ร่างกายไม่ได้แล้ว แต่ต้องฝึกสมองและหัวใจไปพร้อมๆ กันด้วย
วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยคุณครับ
| เริ่มต้นให้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง |
|
สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำในการฝึกฝนสภาพจิตใจและหัวสมองเพื่อการกีฬาคือ บอกสมองของคุณให้แน่ชัดว่า คุณต้องการอะไรจากการแข่งขันแต่ละครั้ง จากนั้นก็เริ่มสั่งการในส่วนที่คุณสามารถสั่งการได้
ยกตัวอย่างเช่น ความคิดของคุณเอง ที่คุณจะต้องสั่งให้ไม่ต้องไปกังวลเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมก่อนการแข่งขันต่างๆ หรืออะไรทำนองนั้น
ต่อไปก็มีสมาธิด้านบวกในเกมของคุณ และสั่งให้โปรแกรมในหัวสมองของคุณให้จดจำแต่เรื่องดีๆ และช็อตดีๆ ที่เคยทำได้ โดยไม่ต้องสนใจถึงเรื่องแย่ๆ ทั้งหลาย
การคิดถึงเรื่องแย่ๆ ในอดีต หรือความผิดพลาด และความไม่สมหวังในการซ้อม ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อคุณเลยในช่วงนี้ และมันจะเป็นได้แค่ตัวเพาะข้อความที่ไม่สมควรใส่หัวสมองคุณเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากคุณสามารถคิดว่ากีฬาที่คุณกำลังจะลงแข่งขันเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน, มีคุณค่าเพียงพอที่จะทำ ถึงกับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ในชีวิต ก็ยิ่งจะช่วยทำให้คุณสลัดความเครียดทั้งหลายทิ้งไปได้โดยไม่รู้ตัว
การจินตนาการหรือการหลับตามองเห็นภาพ ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้สำหรับการฝึกฝนสภาพจิตใจเช่นกัน
ลองหลับตา แล้วก็จินตนาการไปถึงช็อตที่ดีที่สุดในชีวิต หรือลูกยิงที่ภาคภูมิที่สุดในดวงตาของหัวใจ
รู้ไหมครับว่า นั่นแหละคือวิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะทำให้คุณสามารถพัฒนาฟอร์มการเล่น การฝึกฝนแบบนี้จะป็นการฝึกหัวใจให้รู้ว่าควรจะทำอะไรในสถานการณ์แบบไหน และก็ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นด้วย และทีนี้เมื่อถึงสถานการณ์คับขันจริงๆ จิตใจคุณก็จะรู้โดยอัตโนมัติด้วยตัวมันเองทันทีว่าจะต้องเข้ามามีส่วนช่วยร่างกายของคุณแล้ว
ขณะที่ถ้าหากว่าคุณจะพยายามฝึกฝนและจินตนาการถึงการเล่นที่อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองลงไปบนพิมพ์เขียวในหัวสมองคุณ มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกแต่อย่างใด ตรงกันข้ามยังเป็นการฝึกมันสมองที่ดีอีกทางด้วย หรืออย่างน้อยๆ ลองฝึกด้วยการจินตนาการถึงวิธีการที่คุณจะเล่นในหัวสมอง หรือเพียงแค่จินตนาการถึงความรู้สึกของตัวเองหลังจบเกมที่คุณทำผลงานได้ดี
ถ้าเป็นกอล์ฟ คุณก็ไม่ต้องคิดถึงตอนที่ตีลูกตกน้ำ, ตกบังเกอร์ หรือทำ 3 พัต ขณะที่ถ้าหากฟุตบอลก็ไม่จำเป็นคิดถึงตอนที่คุณยิงจุดโทษไม่เข้า แต่ดันทำเข้าประตูตัวเอง มองให้สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงบทเรียน และคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของเกมที่ใครๆ ก็ต้องเคยเจอ ที่สำคัญ มองมันในทางที่จะส่งผลดีต่อตัวเองเท่านั้น
หลังจากนั้น เมื่อทำใจให้พร้อม และมีเป้าหมายที่แน่นอนในหัวสมองเรียบร้อยแล้ว จุดประสงค์เดียวของคุณในตอนนี้จะต้องเป็นชัยชนะเท่านั้น
มันเป็นจุดประสงค์ที่ไม่เกินเลยความสามารถของคุณ และสามารถเป็นไปได้เสมอในการแข่งขันกีฬา ไม่มีประโยชน์อะไรที่คุณจะมีเป้าหมายเป็นอย่างอื่น เพราะถ้าหากคุณไม่คิดว่าคุณจะชนะ คุณก็เป็นได้อย่างมากเพียงแค่ผู้แพ้ที่ดีตลอดไป และก็ไม่รู้ว่าจะลงแข่งขันไปทำไม
อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่านักกีฬาก็เป็นเพียงคนคนหนึ่งในโลกใบนี้เท่านั้นเอง และเมื่อขึ้นชื่อว่าคนแล้ว มีการวิจัยว่าเฉลี่ยแล้วคนเราในโลกเดียวนี้ จะคิดอะไรก็ไม่รู้มากมายในสมองถึงราว 50,000 เรื่องต่อวัน
ที่สำคัญในความคิดเหล่านั้น ล้วนเป็นความคิดแย่ๆ ที่มีแต่จะทำให้ตัวเองตกต่ำลงทั้งนั้นด้วย
ดังนั้น การหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองมากเกินไป หรือเอาแต่บ่นงึมงำกับตัวเองเกี่ยวกับเรื่องชีวิตประจำวันที่ไม่สบอารมณ์ อาจจะส่งผลร้ายต่อตัวเองได้โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากทุกอย่างที่คุณคิด ล้วนแล้วแต่จะต้องผ่านสมอง และเมื่อสมองต้องคิดแต่เรื่องแย่ๆ มันคงไม่ดีเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน ที่คุณจะต้องสั่งให้ตัวเองพูดกับตัวเองเพียงแค่เรื่องดีๆ แล้วเมื่อนั้น จิตใจและสมองของคุณก็จะมีแต่เรื่องดีๆ ไปโดยที่คุณเองก็อาจจะไม่รู้ตัว เหมือนตอนที่คุณคิดถึงแต่เรื่องแย่ๆ แล้วหัวใจและสมองก็มีแต่เรื่องแย่ๆ นั่นแหละ
แต่ไม่ว่าคุณจะคิดกับตัวเองได้ดีเพียงไร มันก็อาจจะไม่มีประโยชน์ใดๆ ขึ้นมาเลย ถ้าหากว่าคุณไม่มีสมาธิกับการแข่งขัน
ทุกๆ วัน ในการเรียนหรือการทำงาน คุณครูหรือหัวหน้ามักจะสั่งให้คุณมีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำอย่างเต็มที่เสมอ
แต่ยอมรับไหมว่า คุณแทบจะไม่รู้เลยว่าการมีสมาธิน่ะ มันจะต้องทำอย่างไร
ในการแข่งขันกีฬาประเภททีมต่างๆ เสียงนกหวีดยาวจากกรรมการที่จะบอกสัญญาณเริ่มเกม หรือจบเกม อาจจะเป็นสิ่งที่บอกได้อย่างชัดเจนให้คุณเปิด หรือปิดปุ่มสมาธิของตัวเอง แต่สำหรับกีฬาประเภทอื่นๆ ที่ไม่มีเสียงนกหวีดคอยส่งสัญญาณบอกการเริ่มต้นหรือสิ้นสุดอย่างแน่นอนล่ะ คุณจะทำอย่างไร
ลองหยิบอุปกรณ์กีฬาชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่คุณจะต้องใช้แข่งขันออกมาถือสิครับ ยกตัวอย่างเช่น กอล์ฟ
การหยิบเหล็กหรือไม้สักอัน ที่คุณคิดจะใช้เล่นในช็อตต่อไปออกมาถือเอาไว้ อาจจะถือได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณเริ่มต้นเกมแล้ว และก็แน่นอนว่า เมื่อคุณเล่นเสร็จ แล้วก็เก็บเหล็กอันนั้นกลับลงไปในถุง ก็จะเป็นสัญญาณจบเกมเช่นกัน นอกจากนั้น การถอดถุงมือเมื่อเล่นแต่ละช็อตเสร็จ และการสวมกลับเข้าไปใหม่เมื่อจะเริ่มเล่นช็อตต่อไป ก็จะเป็นการช่วยคุณฝึกสมาธิในเกมกอล์ฟได้เช่นกัน
เชื่อเถอะครับว่าไม่มีนักกีฬาคนไหนในโลกหรอกที่จะมีสมาธิกับเกมได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ช่วงเวลาที่คุณสามารถจะไม่ต้องมีสมาธิกับเกมได้ จึงถือเป็นช่วงที่สำคัญไม่น้อยกว่าช่วงที่ต้องมีสมาธิเช่นกัน เพราะมันจะช่วยทำให้คุณมีความสดชื่นหลงเหลือ เพื่อเล่นถึงจบการแข่งขันอีกมากทีเดียว
ถึงแม้ว่าการฝึกฝนและการฝึกซ้อมจะเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากต่อการแข่งขันก็จริง แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากการฝึกซ้อมและการแข่งขันเป็นไปคนละทิศทางกัน เมื่อนั้นการฝึกซ้อม ก็อาจจะไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย เช่นเดียวกับการซ้อมที่ไร้จุดมุ่งหมายและหนักเกินไป
เมื่อนักกอล์ฟแต่ละคน ยืนซ้อมไดรฟ์อยู่ที่สนามซ้อม ลูกบอลที่ดี่สุดที่เขาจะตีได้คือลูกสุดท้าย เพราะนั่นเป็นเพียงลูกเดียวที่เขาจะตีโดยไม่มีความกดดันใดๆ เนื่องจากอยากจะจบการซ้อมให้ดีที่สุด
กีฬาอย่างอื่นก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดในการซ้อมทุกครั้งคือจินตนาการว่าคุณกำลังแข่งขัน และกำลังเล่นได้ดี
สมมติเป็นกอล์ฟ เมื่อคุณยืนอยู่ที่สนามไดรฟ์ ก่อนที่คุณจะตีลูก คุณก็สมควรจะคิดถึงช็อตที่คุณคอยไดรฟ์ได้ดีมากจนโฮลด์-อิน-วัน หรือเหลือแอพโพรชด้วยเหล็กสั้น
การฝึกด้วยการคิดเช่นนี้ จะเป็นการฝึกสมองของคุณให้รู้จักจัดการกับเกมได้ดีเมื่อถึงเวลาแข่งขันจริง นอกจากนั้น ยังช่วยทำให้การซ้อมกับการแข่งขันจริง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และร่างกายของคุณก็จะพร้อมสำหรับการแข่งขันจริงยิ่งขึ้นไปอย่างไม่รู้ตัวด้วย
การฝึกฝนทางด้านจิตใจและมันสมองอยู่เสมอ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยพัฒนาฟอร์มการเล่นของนักกีฬาแต่ละคนได้จริงๆ นอกจากนั้นมันยังจะเป็นการช่วยพัฒนา และเป็นหนทางที่นำไปสู่การมีความมั่นใจในตัวเองและการมองเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้นด้วย
ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกฝนเหล่านี้ นอกจากสามารถช่วยพัฒนาฟอร์มการเล่นในสนามแล้ว ยังสามารถทำให้คุณมีความสุขกับการเล่นกีฬาของคุณมากขึ้นอีกต่างหาก
คุณจะมีชีวิตการเล่นกีฬาที่ยืนยาวมากขึ้น มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมอาชีพมากขึ้น และที่สำคัญคุณจะมีน้ำใจนักกีฬามากขึ้น นอกจากนั้น มันยังมีประโยชน์อย่างมากต่อชีวิตประจำวันของคุณด้วย และต่อไปนี้ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร รับรองเลยว่าคุณจะไม่เป็นรองใครและไม่มีการถอดใจยอมแพ้ง่ายๆ
เพราะฉะนั้น เริ่มฝึกฝนการใช้หัวใจและมันสมองให้เป็นประโยชน์มากกว่าที่มันทำให้คุณตามธรรมชาติอยู่แล้วตั้งแต่วันนี้
แล้วคุณจะมีความสุขกับชีวิตการเล่นกีฬา และชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อครับ
โดย
กัปตัน เจมี คอลัมน์ คลินิก กีฬา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2547 |
|